dybala-serie-a
messi-liga
pogba-premier
Robben-Bundesliga1
premier-league-logofc

Premier League

Premier League (พรีเมียร์ลีก) หรือเดิมที Football League Division 1 (ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1) เป็นการลีกสูงสุดของการแข่งขันฟุตบอลในถิ่นผู้ดี จัดตั้งครั้งแรกอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ.2431 หรือค.ศ.1888 เป็นลีกฟุตบอลที่แรกและยาวนานที่สุดหากนับรวมตั้งแต่สมัยใช้ชื่อดิวิชั่น 1 อยู่ โดยมีทีมเข้าร่วมแข่งขันกันถึง 20 ทีม และทีมที่มีอันดับดีที่สุด 4 ทีมจากหัวตารางจะได้เข้าร่วมแข่งขัน UEFA Champions League (UCL) ศึกการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรปที่รวมเข้าทีมที่ดีที่สุดจากทั้งยุโรปมาวัดฝีเท้ากัน และทีมที่มีอันดับแย่ที่สุด 3 ทีมจากท้ายตารางจะถูกปรับให้ลงไปเล่นใน English League One (ฟุตบอลลีกวัน)

ดังนั้นหากทีมที่อยู่ในลีกวันจะขึ้นมาแข่งขันในพรีเมียร์ลีกได้จำเป็นต้องทำคะแนนให้ติด 1 ใน 3 ของลีกวันให้ได้ แม้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีทีมร่วมแข่งขันมากมาย แต่ก็ยังมีทีมที่ยังคงอยู่บนหัวตารางเผื่อแย่งตั๋วเข้าร่วมแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกสลับกันอยู่เพียงไม่กี่ทีมเท่านั้น ในช่วงหลังจะมีทีมอย่าง Arsenal , Chelsea , Manchester City FC , Manchester United , Tottenham Hotspur , Liverpool หรือที่เรียกกันว่าเหล่า Big 4 ทีมเหล่านี้จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันแย่งเป็นที่หนึ่งเสมอในทุกๆ ปี

ทำเนียบแชมป์ตลอดกาล Premier League

นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อมาใช้ Premier League หลังจากใช้ชื่อรายการเป็น Football League Division 1 ยาวนานถึง 104 ปีเต็ม มีเพียงไม่กี่ทีมเท่านั้นที่สามารถชูถ้วนพรีเมียร์ลีกได้

Manchester United Football Club – แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ชนะ 13 ครั้ง

Chelsea Football Club – เชลซี ชนะ 4 ครั้ง

Arsenal Football Club – อาร์เซนอล ชนะ 3 ครั้ง

Manchester City Football Club – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ 2 ครั้ง

Blackburn Rovers Football Club – แบล็กเบิร์นโรเวอส์ ชนะ 1 ครั้ง

Leicester City Football Club – เลสเตอร์ซิตี ชนะ 1 ครั้ง

เสน่ห์ของพรีเมียร์ลีกก็คือการเล่นบอลที่รวดเร็วและดุดัน พร้อมด้วยมีผู้เล่นจากต่างถิ่นเข้ามาค้าแข้งกันอย่างมากมาย ไม่เพียงแต่ผู้เล่นเท่านั้นยังมีผู้จัดการทีมมากฝีมือมากมาย อาทิ อาร์แซน แวงแกร์ , โชเซ มูรินโญ , เป๊ป กวาร์ดิโอลา , เจอร์เก้น คล็อปป์ maxbet จึงเชื่อว่าเป็นหนึ่งในลีกที่น่าจับตามองที่สุดในโลกเวลานี้
Liga-BBVA-logofc

La Liga BBVA

Primera Division (ปรีเมราดีบีซีออน) หรือชื่อที่นิยมเรียกกัน La Liga BBVA (ลาลีกา) ลีกสูงสุดแห่งแดนกระทิงดุ maxbet มองว่าเป็นอีกหนึ่งลีกที่มียอดทีมมากมายและมีความสนุกสนานไม่แพ้ลีกอื่นๆ ในทวีปยุโรป มียอดนักเตะเข้ามาไล่ล่าความสำเร็จและพิสูจน์ตัวเอง มีมาตรฐานการแข่งขันที่สูงมากโดยมียอดทีมอย่าง บาร์เซโลน่า , เรอัลมาริด , อัตเลตีโกมาดริด ทั้ง 3 ทีมนี้มีมาตรฐานในเวทียุโรปสูงอย่าง UEFA Champions League (UCL) ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา มีทีมจากสเปนเข้าไปชิงดำถึง 6 ทีม เป็นการเจอกันระหว่างทีมร่วมชาติกันถึง 2 ครั้ง ไม่เพียงแค่นั้นในเวที UEFA Europa League (UEL) ทีมอย่างเซบีย่าสามารถกวาดแชมป์ในถ้วยนี้ได้ถึง 3 สมัยซ้อน ทำให้ปัจจุบันทุกคนเชื่อว่าลาลีกาสเปนคือลีกที่กำลังพัฒนาก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าแห่งเวทียุโรป 4 ทีมแรกที่สามารถทำคะแนนได้สูงสุดจะสามารถเข้าไปร่วมแข่งขัน UCL ได้ และอันดับ 5-6 สามารถเข้าไปร่วมแข่งขัน UEL และทีมที่มีอันดับ 18 19 20 จะตกชั้นไปเล่น Segunda Division (เซกุนดา)

ในลาลีกามียอดทีมที่อยู่บนหัวตารางเสมออยู่ 3 ทีม นั่นก็คือ Atletico Madrid ,  Barcelona , Real Madrid และมีผู้ท้าชิง 4 อันดับแรกอย่าง Sevilla FC เสมอ นอกจากนั้นแล้วทีมที่ตกลงไปเล่นในเซกุนดา จำเป็นต้องทำอันดับให้ติด 3 อันแรกเพื่อทำการเลื่อนชั้นขึ้นมาเตะในลาลีกา ไฮไลที่สำคัญของลาลีกาสเปนก็คือการเจอกันระหว่าง “บาร์เซโลน่า” และ “เรอัล มาดริด” เรียกเข้าใจง่ายๆ ว่า El Clasico หรือ เอลกลาซีโก เป็นการแข่งขันที่มากกว่าฟุตบอล แต่มันคือการเมืองและศักดิ์ศรีของระหว่างของ 2 ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศสเปน ทุกครั้งที่ทั้งคู่เจอกันจะมีผู้ชมให้ความสนใจไม่ต่ำกว่า 100 ล้านคน ในทุกปีทั้ง 2 ทีมนี้จะเจอกันอย่างน้อย 2 ครั้ง มาดริดคือสัญลักษณ์ของชาวสเปน – บาร์เซโลน่าคือสัญลักษณ์ของชาวคาตาลัน

ทำเนียบแชมป์ตลอดกาล La Liga BBVA

แม้แชมป์ลาลีกาจะเปิดให้แข่งขันอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ ค.ศ.1929 แต่ก็มีเพียง 9 สโมสรเท่านั้นที่สามารถเถลิงบัลลังแชมป์ได้ เพราะมียอดทีมอย่าง เรอัล มาดริดและบาร์เซโลน่าขึ้นครองความยิ่งใหญ่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นแชมป์ว่าเล่น

Real Madrid Club – เรอัลมาดริด ชนะ 32 ครั้ง

Barcelona – บาร์เซโลนา ชนะ 24 ครั้ง

Atletico de Madrid – อัตเลตีโกเดมาดริด ชนะ 10 ครั้ง

Athletic Bilbao – แอทเลติกบิลบาโอ ชนะ 8 ครั้ง

Valencia Club – บาเลนเซีย ชนะ 6 ครั้ง

Real Sociedad – เรอัลโซเซียดัด ชนะ 6 ครั้ง

Sevilla Club – เซบียา ชนะ 1 ครั้ง

Real Betis – เรอัลเบติส ชนะ 1 ครั้ง

ความเก่งกาจของเรอัล มาดริดและบาร์เซโลน่าทำให้พวกเขาผลัดกันเป็นแชมป์แทบทุกปี โดยเฉพาะในยุคของ ลิโอเนล เมสซี่และโรนัลโด้ ที่ชิงความเป็นยอดนักเตะเบอร์ 1 ของโลก จนทำให้ทั้งคู่มาโคจรเจอกันทีไรจะต้องถูกจับตามองเป็นพิเศษ ต้องขอบคุณ ibcbet ผู้ให้บริการแทงบอลออนไลน์สำหรับข้อมูลดีๆ นี้ด้วย
Logo-Serie-A-onwebsite

Serie A

Serie A หรือ กัลโชเซเรียอา อิตาเลียน เป็นชื่อที่ใช้เรียกฟุตบอลลีกสูงสุดของ ประเทศอิตาลี เป็นอีกหนึ่งลีกโปรดของ sbobet เนื่องจากมีประวัติอันยาวนานและมีมนต์ขลังเสมอ แม้จะไม่ได้รับความนิยมเหมือนแต่ก่อนก็ตาม ซึ่งริเริ่มทำการแข่งขันขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1898 โดยเป็น ทีมเจนัว เป็นสโมสรแรกที่คว้าแชมป์ไปครอง และตลอดระยะเวลาที่ทำการแข่งขันมามากกว่า 100 ปี ทีมที่ประสบความสำเร็จกับแชมป์ลีกสูงสุด คือ สโมสรยูเวนตุส ที่เถลิงแชมป์ไปมากถึง 32 สมัย ส่วนทีมที่ประสบความสำเร็จรองเป็นอันดับสองคือ เอซี มิลาน และ อินเตอร์ มิลาน ที่คว้าแชมป์ ไป 18 สมัยเท่าๆ กัน

และตามกฎของกัลโชเซเรียอา คือ ทีมที่ได้แชมป์ลีกถึง 10 ครั้ง จะได้รับดาวทอง 1 ดวง ประดับไว้ทางด้านบนของสัญลักษณ์ประจำทีม จึงเท่ากับว่ามีเพียง 3 ทีมเท่านั้นที่ได้โอกาสติดดาวไว้ที่ด้านบนของโลโก้สโมสร นั้นก็คือ ยูเวนตุส 3 ดวง ส่วน เอซี มิลาน และ อินเตอร์ มิลาน มีทีมละ 1 ดวง

แต่ตลอดระยะเวลาที่มีการแข่งขันของถ้วยนี้มา มีบางปีที่ไม่มีการมอบถ้วยแชมป์ให้อย่างเช่น ปี ค.ศ. 1915-1919 เกิดเหตุสงครามโลกครั้งที่ 1 และอีกครั้งในปี ค.ศ.1943-1945 จากสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมถึงยังมีการยึดแชมป์คืนจาก โตรีโน ในปี ค.ศ.1927 รวมถึงแชมป์ของยูเวนตุสในปี ค.ศ.2005 และ 2006 ด้วยเหตุผลมีการจ้างวานให้ล้มบอล ดังนั้นในปี 2006 จึงมอบแชมป์ให้กับ อินเตอร์ มิลาน ที่ได้อันดับ 3 ในปีนั้น

โดยเมื่อแข่งขันกันจนจบฤดูกาล 3 ทีมอันดับสุดท้ายของตาราง ต้องตกชั้นลงไปเล่นในลีกที่รองลงมาอย่าง “เซเรียบี” และสำหรับ 3 ทีมที่มีอันดับดีที่สุดของตาราง จะได้ไปเล่นในศึก “ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก” โดยแบ่งเป็น 2 ทีมอันดับแรกจะได้เข้าไปรอเล่นในรอบแบ่งกลุ่มทันที แต่สำหรับทีมอันดับที่ 3 จะต้องไปแข่งขันในรอบเพลย์ออฟเสียก่อน และสำหรับทีมที่มีคะแนดีที่สุดอันดับ 4 จะได้ไปเล่นใน “ยูฟ่ายูโรปาลีก” แทน

ทำเนียบแชมป์ตลอดกาล Serie A

Juventus – ยูเวนตุส ชนะ 32 ครั้ง

Milan – เอซี มิลาน ชนะ 18 ครั้ง

Internazionale – อินเตอร์ มิลาน 18 ครั้ง

Genoa – เจนัว ชนะ 9 ครั้ง

Torino – โตรีโน ชนะ 7 ครั้ง

Bologna – โบโลญญา ชนะ 7 ครั้ง

Pro Vercelli – โปรแวร์เชลลี ชนะ 7 ครั้ง

Roma – โรมา ชนะ 3 ครั้ง

Lazio – ลาซีโอ ชนะ 2 ครั้ง

Napoli – นาโปลี ชนะ 2 ครั้ง

Fiorentina – ฟีโอเรนตีนา ชนะ 2 ครั้ง

Cagliari – กาลยารี ชนะ 1 ครั้ง

Casale – กาซาเล ชนะ 1 ครั้ง

Novese – โนเวเซ ชนะ 1 ครั้ง

Hellas Verona – เวโรนา ชนะ 1 ครั้ง

Sampdoria – ซัมป์โดเรีย ชนะ 1 ครั้ง

แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา ยูเวนตุส ครองความเป็นใหญ่หนึ่งเดียวเสมอ แต่เมื่อใดที่ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง อินเตอร์ มิลาน, เอซี มิลาน, โรมา, นาโปลี, ฟีโอเรนตีนา โคจรมาพบกัน ด้วยความยิ่งใหญ่ที่สะสมมาในอดีต ทำให้ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน จึงเกิดเกมความมันระดับ 5 ดาว โดยเฉพาะศึกดาร์บี้อย่าง AC Milan - Inter Milan หรือที่เรียกกันว่า Derby della Madonnina (มาดอนนิน่า ดาร์บี้) นั่นเอง
Bundesliga

Bundesliga

Bundesliga (บุนเดสลีกา) รายการแข่งขันระดับลีกสูงสุดของประเทศเยอรมนี  ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1963 โดยต่อมาได้แบ่งออกเป็น 2 ลีกด้วยกันในปี ค.ศ.1974 ซึ่งจะรู้จักกันในชื่อของ “First Bundesliga” หรือบุนเดสลีกา และ “Second Bundesliga” หรือซไวเทอบุนเดสลีกา ทำให้ในประเทศเยอรมนีมีเพียง 2 ลีกเท่านั้นที่เป็นลีกระดับฟุตบอลอาชีพ ในปี1991 เยอรมันตะวันตกและเยอรมันตะวันออกรวมลีกกันทำให้มีทีมเข้าร่วมแข่งขันกันถึง 24 ทีม ก่อนที่จะลดลงเหลือ 20 ทีมในปี 1993 และเหลือเป็น 18 ทีมในปี 1994 ในปัจจุบัน ต่อมาในปี 2006 ได้มีแนวคิดก่อตั้งลีกา 3  เริ่มใช้ครั้งแรกในฤดูกาล 2008-2009

สำหรับบุนเดสลีกาหรือลีกสูงสุดของประเทศ ทีมที่มีอันดับต่ำที่สุด 2 ทีม นั้นก็คืออันดับที่ 17 และ 18 จะต้องตกชั้นลงไปเล่นในระดับซไวเทอบุนเดสลีกา ส่วนทีมที่มีอันดับดีที่สุดในซไวเทอบุนเดสลีกาจะขึ้นมาเล่นบนบุนเดสลีกา สำหรับทีมอันดับที่ 16 ของบุนเดสลีกาจะต้องลงแข่งเพลย์ออฟกับทีมอันดับ 3 จากซไวเทอบุนเดสลีกา สำหรับผู้ชนะจะได้ลงเล่นในบุนเดสลีกาต่อไปนฤดูกาลหน้า

ส่วนทีมที่มีอันดับดีที่สุด 4 อันดับแรกของบุนเดสลีกาจะได้รับสิทธิไปแข่ง “ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก” โดยสามทีมแรกไม่ต้องเตะรอบเพลย์ออฟโดยจะเข้าไปรอในรอบแบ่งกลุ่มทันที สำหรับอันดับ 4 จะต้องเตะรอบเพลย์ออฟก่อนหนึ่งรอบ และอันดับ 5 จะไปเล่นในศึก “ยูฟ่ายูโรปาลีก” แทน

ทำเนียบแชมป์ตลอดกาล Bundesliga

ตลอดเวลาที่มีการแข่งขันลีกสูงสุดอย่างบุนเดสลีกา เรียกได้ว่ามีเพียง 2 ทีมที่ผูกขาดความสำเร็จ อย่าง บาเยิร์นมิวนิก และ โบรุสเซียดอร์ทมุนด์ โดยมีศักยภาพพอดีจะก้าวขึ้นมาเบียดแย่งแชมป์กันได้ และมีตัวสอดแทรกอย่าง ว็อลฟส์บูร์ก, เบรแมน และ ชตุทท์การ์ท

FC Bayern Munich - บาเยิร์น มิวนิก ชนะ 25 ครั้ง

Borussia Dortmund - โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ชนะ 5 ครั้ง

Borussia Mönchengladbach - โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ชนะ 5 ครั้ง

Werder Bremen - แวร์เดอร์ เบรเมน ชนะ 4 ครั้ง

Hamburger SV – ฮัมบูร์เกอร์เอสเฟา ชนะ 3 ครั้ง

VfB Stuttgart – เฟาเอฟเบชตุทท์การ์ท ชนะ 3 ครั้ง

FC Koln - เอฟซี โคโลญจน์ ชนะ 2 ครั้ง

FC Kaiserslautern – ไกเซอร์สเลาเทิร์น ชนะ 2 ครั้ง

1860 Munich - 1860 มิวนิก ชนะ 1 ครั้ง

Eintracht Braunschweig – ไอน์ทรัค ชนะ 1 ครั้ง

FC Nürnberg - เอฟซี เนิร์นแบร์ก ชนะ 1 ครั้ง

VfL Wolfsburg – ว็อลฟส์บูร์ก ชนะ 1 ครั้ง

ปัจจุบันมีเพียงทีมอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่เริ่มก้าวขึ้นมาจุดที่ใกล้เคียงกับ บาเยิร์น มิวนิก ก็ตาม แต่ยังไม่ดีพอที่จะแย่งแชมป์กับเสือใต้ทุกปี โดยเฉพาะบางปีเสือใต้มีคะแนนบนตารางคะแนนทิ้งห่างทุกทีมบนบุนเดสลีกาแบบไม่เห็นฝุ่นก็มี ซึ่งแตกต่างจากลีกใหญ่อื่นๆ ที่มีการแข่งขันแย่งแชมป์กันไปจนถึงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล ดังนั้น sbobet ก็ยังคิดว่าเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิก จะครองความยิ่งใหญ่ไปอีกหลายปี